2050-108 : เราจะลดความกังวลเกี่ยวกับงานตลอดเวลาได้อย่างไร

จะลดความกังวลเกี่ยวกับงานตลอดเวลาได้อย่างไร?
#2050Podcast ep นี้ เธมส์เอาชุดความคิดและวิธีแก้ปัญหาจากบทความของ HBR มาเล่าให้ฟังครับ

ps. หนังสือ รื้อ สร้าง ต่าง โต Reinvent
สามารถหาได้ SE-ED, นายอินทร์, Kinokuniya, B2S และทั่วไปครับ

#เธมส์thinkต่าง

เมื่อ Passion นำไปสู่การ Burnout ต้องทำอย่างไร

เมื่อ Passion นำไปสู่การ Burnout ต้องทำอย่างไร

ย้อนกลับไปซัก 4-5 ปีที่แล้ว มีอยู่ช่วงหนึ่งที่เธมส์รู้สึกว่าตัวเองมีเป้าหมายที่อยากทำให้ได้ไวๆ มีพลัง มีไฟ มี passion ในการอยากลงมือทำสิ่งนั้นให้เต็มที่ หามรุ่งหามค่ำ นอนตีหนึ่งตีสองก็ไม่เป็นปัญหา ถือคติดว่า

“เหนื่อยตอนนี้ให้เต็มที่ อนาคตจะได้ไม่ต้องเหนื่อย”


เช้าวันหนึ่งขณะที่ผมขับรถไปทำงานตามปกติ อยู่ดีๆก็เกิดหลับในขึ้นมาครับ โชคดีที่ไม่ได้ขับรถเร็ว และเลนข้างๆไม่มีรถ ตัวเองก็สะดุ้งตื่นขึ้นมาในจังหวะที่รถเริ่มเฉพอดี
นอกจากนี้ ผมเริ่มสังเกตเห็นว่าตัวเองมีความสามารถในการอดทนต่อแรงกดดันได้น้อยลง คุมสติ คุมอารมณ์ไม่ให้หงุดหงิดเมื่อเจอกับเรื่องที่อยู่นอกเหนือจากแผนการที่วางไว้ได้ไม่ดี แถมพอพลังไม่ค่อยเสถียร ก็จะกลายเป็นหมดพลังในการทำงานไวไปซะเฉยๆ
นั่นคือสถานการณ์ที่ผมเริ่มตระหนักว่า Passion ที่มีกำลังนำไปสู่การ Burnout และนี่คงไม่ใช่วิธีการที่ดีต่อภาพรวมของชีวิตแน่ๆ

Fast forward ชีวิตมาในปัจจุบัน ผมได้เรียนรู้วิธีคิดหลายๆอย่าง และหยิบจับสิ่งที่คิดว่าพอจะทำให้ตัวเองวิ่งใน mode ที่เรียกได้ว่า
“มีความสุขกับการค่อยๆเดินไปข้างหน้าในฝีเท้าสม่ำเสมอของตัวเองได้”
ซึ่งเธมส์ไม่ได้บอกว่าถูกหรือผิด หรือเหมาะสมกับทุกคนหรือไม่ (เพราะ stage และบริบทในชีวิตของแต่ละคนไม่เหมือนกัน) แต่อยากลองเอามาแบ่งปันให้ฟังกันดู

1) Passion ไม่ใช่ปัญหา แต่สิ่งที่เป็นปัญหาคือวิธีการบริหารเวลา บริหารพลังงานเพื่อทำตาม Passion
.
2) ความเหนื่อยในอนาคตก็ไม่ใช่ปัญหา ไม่จำเป็นต้องเหนื่อยมากสุดๆวันนี้ เพื่อคิดว่าอนาคตจะไม่ต้องเหนื่อยเลย ไม่ต้องทำงานเลย
.
3) เพราะชีวิตที่ดี มีคุณค่าต่อโลกภายในของตัวเอง มีคุณค่าต่อคนอื่นคือชีวิตที่มีงานทำ (ตามองค์ประกอบของ Ikigai)
.
4) เราไม่ควรออกแรง ไม่ควรใช้พลังงานชีวิตแบบ Burst คือระเบิดพลังตู้มเดียวแล้วหมดจนเป็นปกติ การออกแรงแบบ Burst ให้เก็บไว้เป็นท่าไม้ตาย ใช้ในช่วงที่จำเป็นต้องใช้ เพราะมันส่งผลเสียต่อด้านอื่นๆในชีวิตด้วย
.
5) ซึ่งพอบอกว่าไม่ควรใช้พลังแบบ Burst จนเป็นปกติ ก็ไม่ได้หมายความว่าให้สบายๆ ชิลๆ จนชีวิตเหี่ยวเฉา แต่ควรลงมือทำในปริมาณที่มากพอที่จะทำให้เกิดการเดินไปข้างหน้าอย่างสม่ำเสมอในระดับฝีเท้าของตัวเอง
.
6) อย่าสับสนระหว่าง “ความรู้สึกก้าวหน้าจากการเรียน” กับ “ความรู้สึกไม่ก้าวหน้าจากการลงมือทำจริง” อย่างหลังอาจไม่ทำให้รู้สึกถึง achievement แต่กลับก้าวหน้ากว่าในความจริงเพราะได้ลงมือทำ
.
7) การนอนให้พอคือทุกสิ่ง คุณภาพชีวิตกับผลลัพธ์ที่จะสร้างในวันพรุ่งนี้ ขึ้นอยู่กับปริมาณและคุณภาพในการนอนของคืนก่อนหน้า
หวังว่า ความคิดเหล่านี้ จะพอเป็นประโยชน์ให้ทุกคนนำไปใช้ต่อจุดความคิดเพิ่มบางอย่างได้ครับ : )

ps. หนังสือ รื้อ สร้าง ต่าง โต Reinvent – 34 วิธีรื้อค้นและสร้างตัวตนขึ้นมาใหม่ เพื่อพร้อมรับมือการทำงานในโลกอนาคต

หาได้ที่ SE-ED, นายอินทร์, Kinokuniya, B2S และทั่วไปครับ

หรือ click ด้านล่างเพื่อ Inbox เข้ามาได้

Link: Fb: THINKต่าง by เธมส์

2050-107 : แก้ยังไง เมื่อ Passion นำมาสู่การ Burnout

Passion กับ Burnout เกี่ยวกันยังไง?
อะไรคือ 7 สิ่งที่ถ้าทำได้ จะช่วยเราไม่ให้ Burnout
.
#2050Podcast ep นี้ เธมส์เอามาแบ่งปันให้ฟังครับ

ps. หนังสือของเธมส์ รื้อ สร้าง ต่าง โต Reinvent – 34 วิธีรื้อค้นและสร้างตัวตนขึ้นมาใหม่ เพื่อพร้อมรับมือการทำงานในโลกอนาคต

หาได้ที่ SE-ED, นายอินทร์, Kinokuniya, B2S และทั่วไปครับ

ทำไมคนนั้นถึงเป็นหัวหน้าที่ดีจัง? Presence / Power / Warmth, 3 องค์ประกอบที่ต้องใช้อย่างเข้าใจ ถ้าอยากเป็นหัวหน้าที่ดี

ทำไมคนนั้นถึงเป็นหัวหน้าที่ดีจัง? Presence / Power / Warmth, 3 องค์ประกอบที่ต้องใช้อย่างเข้าใจ ถ้าอยากเป็นหัวหน้าที่ดี

ทำไมคนนั้นถึงเป็นหัวหน้าที่ดีจัง? Presence / Power / Warmth, 3 องค์ประกอบที่ต้องใช้อย่างเข้าใจ ถ้าอยากเป็นหัวหน้าที่ดี


1

Presence / Power / Warmth

ผมรู้จัก 3 องค์ประกอบนี้ครั้งแรกจากหนังสือ The Charisma Myth ซึ่งว่าด้วยศาสตร์แห่งการทำยังไงให้ตัวเองเป็นคนมีเสน่ห์ น่าติดตาม น่าดึงดูด โดยผู้เขียนคือคุณ Olivia Fox Cabane

โดย Presence คือ การทำให้คนอื่นรู้สึกว่า คุณอยู่กับเขาตรงนั้น คุณ be there กับเขาตรงนั้น คุณมองเห็นเขา และเขาก็มองเห็นคุณ

Power คือ พลัง ความมุ่งมั่น หรือการแสดงออกหรือกระทำใดๆที่บ่งบอกว่าคุณมีความมั่นใจที่จะแสดงศักยภาพบางอย่างออกมา คุณสามารถเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ได้

Warmth คือ ความอบอุ่น การทำให้คนอื่นรู้สึกสบายใจ ปลอดภัย เบาใจ สร้างผลกระทบด้านบวกได้

2

จริงๆแล้วเราแต่ละคนจะมีเอกลักษณ์ที่เป็นตัวของตัวเอง มีองค์ประกอบที่เด่นชัดตามลำดับแตกต่างกันไปบางคนอาจมี Power มากกว่า Warmth บางคนอาจมี Warmth มากกว่า Power แต่ไม่ว่าจะเป็นแบบแรกหรือหลัง เราต้องมีความสามารถในการสร้าง Presence ได้เป็นอย่างแรกก่อน

ปราศจากการทำให้คนอื่นรู้สึกว่าคุณอยู่ตรงนั้นกับเขา ไม่ว่าจะ Power หรือ Warmth ที่คุณแสดงออกไป ก็จะไม่ได้รับการมองเห็นและเข้าใจเลยอยู่ดี

3

ผู้นำที่เราเห็นว่าดี เขามักจะมีทั้ง 3 องค์ประกอบนี้อยู่ในตัวเอง และเลือกใช้ออกมาในสถานการณ์ ในบริบทที่แตกต่างกันไปได้อย่างเหมาะสมเวลาลูกน้องเจอปัญหา อุปสรรคในการทำงานที่เกินจะแก้ไข หรือต้องการการ support เรามีความสามารถในการ project presence กับ power ออกมาได้ไหม

เรารู้ไหมว่านี่คือสิ่งที่เราต้องทำเวลาลูกน้องต้องการการ support ทางจิตใจ อยากหาคนพูดคุย ต้องการคนเข้าใจ อาจจะด้วยการเจอปัญหาหนักหน่วงไม่ว่าจะจากทางบ้าน หรืออะไรก็แล้วแต่

เรามีความสามารถในการ project presence และ warmth ออกมาให้เขาในสถานการณ์นั้นได้หรือเปล่าเราจับสถานการณ์ได้หรือเปล่าว่า เมื่อไหร่เราต้อง project องค์ประกอบไหนออกมา สิ่งไหนก่อน-หลังอย่างไรหากใครทำได้ เขาคนนั้นจะได้รับความเชื่อใจจากทีมงาน

และแน่นอนว่า…คนรอบตัวจะมองเขาว่าเป็นหัวหน้าที่ดี ลองเอา 3 สิ่งนี้ไปฝึกใช้ให้เหมาะสมกันดูครับ : )

—-

ps. หนังสือ รื้อ สร้าง ต่าง โต Reinvent – 34 วิธีรื้อค้นและสร้างตัวตนขึ้นมาใหม่ เพื่อพร้อมรับมือการทำงานในโลกอนาคตหาได้ที่ SE-ED, นายอินทร์, Kinokuniya, B2S และทั่วไปครับ

#เธมส์thinkต่าง

2050-106 : ทำไมเราถึงต้องฟังคำถามโง่ๆ

ทำไมคำถามโง่ๆถึงสำคัญมาก คำถามโง่ๆนำไปสู่การแก้ปัญหาใหม่ๆได้ยังไง ผมจะเอาวิธีคิดของ Don Norman นักออกแบบชั้นยอด และผู้เขียนหนังสือ The Design Of Everyday Things มาเล่าสู่กันฟังครับ

ps. หนังสือของเธมส์ รื้อ สร้าง ต่าง โต Reinvent – 34 วิธีรื้อค้นและสร้างตัวตนขึ้นมาใหม่ เพื่อพร้อมรับมือการทำงานในโลกอนาคต

หาได้ที่ SE-ED, นายอินทร์, Kinokuniya, B2S และทั่วไปครับ