ปฏิเสธไม่ได้ว่าในสถานการณ์วิกฤติช่วงนี้ หลายๆองค์กรคงออกนโยบายเพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับตัวพนักงานเองและสังคม ด้วยการให้พนักงานได้มีโอกาส #WFH กันอย่างจริงจังเป็นครั้งแรก ตัวเธมส์เองก็เป็นหนึ่งในนั้นครับ แทบจะเรียกได้ว่านี่คือประสบการณ์ใหม่ที่สุดอย่างหนึ่งในการทำงานประจำเลยทีเดียว

 

วันนี้เลยอยากมาชวนคุยว่า จากที่ได้ #WFH มา 1 อาทิตย์เนี่ย มันดีหรือไม่ดียังไง ผมได้เรียนรู้เรื่องอะไรบ้าง และถ้าไม่ดี จะปรับปรุงพัฒนาเรื่องเหล่านั้นให้ดีขึ้นได้ยังไง มาดูกัน

 

—–

 

ดี มี 2 ข้อที่เห็นชัดๆเลยคือ

 

.

 

1) Productivity ของงาน internal operation เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน

 

– ทำงานเสร็จมากกว่าแผน ทำงานไวมากกว่าอยู่ที่ออฟฟิศ เพราะไม่มีใครมารบกวน หรือทำให้เสียสมาธิในระหว่างที่เราโฟกัสกับการทำงานส่วนตัว

 

– ส่วนเรื่องการประชุมนั้น การใช้ VDO conference + โปรแแกรม collab whiteboard ต่างๆ ก็สามารถทดแทนการประชุมแบบเจอตัวกันได้อย่างจริงจังแบบไม่น่าเชื่อ คือเปลี่ยนความคิดไปเลยว่า จะประชุมให้ดี ต้องเห็นหน้ากันสิ ต้องมีปฏิสัมพันธ์กันสิ โอ้โห มันแทนกันได้แฮะ แถมไม่ต้องเดินสลับห้องไปไหน ประชุมเสร็จหนึ่งประชุมแล้วประชุมต่ออีกอันได้เลย ควบคุมเวลาในการประชุมได้ดีกว่า มีประชุมซ้อนก็เข้าห้อง ออกห้องกันได้ สลับไปมาได้ โดยไม่เสียเวลา เรียกว่าในภาพรวมดีขึ้นเลย

 

.

 

2) เวลาชีวิตมากขึ้น

 

– โดยปกติผมจะขับรถไปกลับรวมวันละ 100 km. ใช้เวลาบนถนนรวมๆแล้วประมาณราวๆ 3 ชั่วโมง ผมได้เวลานั้นกลับมา

 

– ผมเอาเวลาบางส่วนไปใช้ในการออกกำลังกายมากขึ้น ซึ่งดี

 

.

 

—–

 

เรื่อง ไม่ดี บ้าง

 

.

 

1) ร่างกายไม่ค่อยดี

 

– พอทำงานแบบ focus มากๆ นั่งอยู่หน้า laptop ตลอดเวลา ประชุมเยอะๆ productive มากๆ สิ่งที่แลกมาคือความเมื่อยล้าที่เกิดจากการทำงานเพิ่มขึ้น เมื่อยตัว เมื่อยแขน ไม่ได้ลุกเดินไปไหน จากเดิมที่ตอนอยู่ออฟฟิศ จะต้องเดินไปประชุมสลับห้องนู้นห้องนี้ตลอดเวลา ร่างกายมัน active กว่ากันเยอะ

 

– ปวดตา ปวดหู เพราะจ้องหน้าจอเยอะ ใส่หูฟัง conference ตลอดเวลา

 

– ล้าไวขึ้น คิดว่ามาจากการโฟกัสกับงานมากขึ้นในช่วงเวลา 8 normal working hours เลยใช้พลังสมองเยอะกว่าปกติ เพราะบริบทในการทำงานเปลี่ยนไป ยังหาจุดลงตัวใหม่ในการทำงานสลับพักที่มีประสิทธิภาพในภาพรวมของชีวิตได้ไม่ดี

 

.

 

2) กินจุกจิก 

 

จะอ้วน เคลื่อนที่ก็ไม่ค่อยได้เคลื่อนที่ ยังจะกินจุกจิกเยอะอีก น้ำหนักจะขึ้นเอาได้ง่ายๆไม่รู้ตัว

 

.

 

3) เบื่อ 

 

พออยู่ในบรรยากาศเดิมๆ นั่งอยู่แต่จุดเดิมๆตลอด ไม่ได้ไปไหนเลย ก็มีเบื่อเหมือนกัน

 

.

4) เวลาว่างมากเกินไป ไม่คุ้นเคย

#เวลาว่างชีวิตเหลือเยอะขึ้น จะว่าเป็นสิ่งที่ดีก็จริง แต่กลับกลายเป็นว่า มันก็ไม่ได้ทำให้เราทำสิ่งต่างๆได้ดีขึ้นแบบที่คิดเลย เพราะชะล่าใจเกินไป และไม่มีการวางแผนการใช้เวลาที่ดี

 

.

 

—–

 

 

1

 

 

การ WFH โดยใช้เทคโนโลยีต่างๆ ทำให้เราประหยัดเวลามากขึ้น ทำงานได้เยอะขึ้น ประชุมได้ต่อเนื่องขึ้น จนเราก็บ้าไปกับการ schedule vdo conference ต่างๆติดๆกันจนเกินไป จนลืมไปว่าต่อให้ WFH ก็ต้องพักน้อยเหมือนกัน

 

.

 

โดยปกติผมจะรักษาความคงเส้นคงวาของพลังงานตลอดทั้งวันด้วยการ ทำแล้วพัก ทำแล้วพัก คือทำงานประมาณ 1-1.5 ชั่วโมง แล้วจะพักประมาณ 10-15 นาทีต่อรอบ (ถ้าทำได้) การทำแบบนี้จะทำให้เราไม่เครียดเกินไป รักษาพลังงานได้ดีคงที่ตลอดทั้งวันมากกว่านั่งทำงานไปยาวๆแล้วจมดิ่งกับงานตรงหน้าโดยไม่ได้เอาตัวเองหลุดออกมาจากความเครียดเลย

 

.

 

2

 

 

ไปเดินเพื่อทำให้ร่างกาย active ไปยืดเส้นยืดสาย และเป็นการใช้พลังงานไปพร้อมๆกัน น้ำหนักจะได้ไม่ขึ้นง่ายเกินไป

 

.

 

อีกวิธีการพักที่ดีก็คือ แทนที่จะไปเดินเฉยๆ ก็เอาเวลาพักน้อยที่ว่า ไปทำกิจกรรมที่เราสนใจ ใช้โอกาสนี้ในการตั้งเป้าหมายเพื่อฝึกฝนทักษะบางอย่างเล็กๆน้อยๆ (micro-mastery) ดู เช่น อยากเพิ่มทักษะทำอาหาร ก็ใช้เวลาเล็กๆน้อยๆไปเตรียมวัตถุดิบ เตรียมอุปกรณ์ แล้วกลับไปทำงานหลัก สลับกิจกรรมย่อยไปเรื่อยๆ เที่ยงก็ได้ทำอาหารพอดี ทำแบบนี้ทุกๆวันก็จะทำอาหารเก่งขึ้น อร่อยขึ้น เป็นต้น

 

.

 

3

 

 

นี่เป็นโอกาสให้เราได้มาจัดมุมนั่งทำงานที่บ้านในแบบที่เราชอบ จุดที่นั่งทำงานให้รายล้อมด้วยสิ่งที่ทำให้เกิดพลังงานดีๆ นอกจากได้จัดจุดทำงานแล้ว นี่คือโอกาสจัดบ้านให้มีพลังบวกไปในตัวด้วย จัดจุดทำงานไว้ๆหลายๆจุด จะได้ไม่เบื่อ ช่วงเช้านั่งจุดหนึ่ง ช่วงบ่ายอาจจะนั่งจุดหนึ่ง การทำแบบนี้ก็เป็นไอเดียที่ไม่เลวเลยทีเดียว (รูป content คือมุมเล็กๆน้อยๆแถวที่นั่งทำงานที่ผมจัดให้ตัวเองใหม่)

 

.

 

4

 

 

เชื่อว่าหลายๆคนคงใช้ food delivery service ต่างๆในการสั่งซื้ออาหารและเครื่องดื่มมากินที่บ้าน เพราะสะดวกและปลอดภัย ไม่ต้องออกไปไหนก็มีอะไรกินทุกวัน

 

.

 

แต่เพื่อให้เราได้ออกจากจุดเดิมๆบ้าง ลองขับรถไปซื้อของกิน ซื้อกาแฟใกล้ๆบ้านด้วยตัวเองก็เป็นอีกทางเลือกที่ดี ที่ทำให้ไม่เบื่อจนเกินไป และได้หลุดออกมาจากบรรยากาศของการทำงานที่บ้านได้ด้วย (ในข้อแม้ว่า ต้องดูแลตัวเองให้ดี ใส่หน้ากากอนามัย เตรียมเจลแอลกอฮอลล์ติดตัวไว้เสมอ)

 

.

 

5

 

#TimeBoxing เวลาชีวิตใหม่

 

เวลามากขึ้น ไม่ได้ทำให้ทำสิ่งต่างๆในชีวิตได้ตอบโจทย์มากขึ้น ถ้าไม่ได้วางแผนการใช้เวลาใหม่ การ WFH ทำให้บริบทในการทำงานเปลี่ยน ความรู้สึกเปลี่ยน environment เปลี่ยน การใช้เวลาเปลี่ยน เพราะฉะนั้นถ้าอยากใช้โอกาสนี้ให้เกิดประโยชน์ต่อภาพรวมในชีวิตจริงๆ ต้องทดลองทำ Time box ให้กับกิจกรรมในชีวิตใหม่ เพื่อสร้าง new routine ให้กับตัวเองให้ได้

 

.

 

นี่คือโอกาสที่จะทำให้เราได้ใช้เวลาที่เพิ่มเข้ามา ไปทำอะไรหลายๆอย่างซึ่งตอบโจทย์ภาพรวมในชีวิตได้มากขึ้น อย่าปล่อยให้มันผ่านไปเฉยๆ จงบริหารมัน

 

.

 

.

 

ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่เธมส์ได้เรียนรู้จากการ #WFH มา 1 อาทิตย์ และสิ่งที่จะเอาไปปรับทำเพื่อพัฒนาต่อไป ใครมีบทเรียนอะไร มีวิธีการดีๆแบบไหน เอามาแบ่งปัน มาแชร์กันได้เลยครับ จะขอบคุณมากๆ : )

 

.

 

สุดท้าย ขอให้เราผ่านช่วงเวลายากลำบากนี้ไปได้ด้วยดี-ด้วยกันครับ